ตอนก่อนหน้า: เที่ยว New Orleans คนเดียว 2016 (3/3)

วันนี้ต้องขึ้นเครื่องจาก New Orleans, LA ไป Orlando, FL ตอน 8 โมงเช้า ตั๋วของ Southwest ราคา $101.98 แต่ขามานั่งรถเกรย์ฮาว ขากลับเลยไม่รู้ว่าต้องไปสนามบินยังไง เมื่อวานโฮสเทลแนะนำทางเลือกมาให้สองทาง คือเรียกแทกซี่ไป $36 โห ฟังราคาแล้วตัดออกอันแรกเลย ตัวเลือกสองคือเรียกแชร์บัส $24 เออแพงอยู่แต่ก็ดีกว่าแทกซี่ พอจะจองดันไม่มีรอบเพราะเช้าเกินไป นี่ชั้นต้องจองแทกซี่ไปจริงหรอเนี่ย เล่าให้แคทเธอรีน่าที่เจอกันจากทัวร์จระเข้ฟังตอนกินหอยนางรม นางบอก ยูว์มันใช้พาสรถรางแบบ $3 ที่ซื้อไว้แล้วไปต่อรถบัสได้นะ จ่ายเพิ่มแค่ $2 เอง หูผึ่งเลยจ้า สองดอลลลล แต่พอหาข้อมูลรถมันออกหกโมงกว่า ไปถึงก็เจ็ดโมง แล้วมันจะเชคอินกระเป๋าทันหรอว้า แล้วถ้ารถไปถึงเลทอ่ะ หรือถ้าพลาดรถรอบนี้ก็คือตกเครื่องใช่ไหมเนี่ยยยยย
ยิ่งคิดยิ่งนอนไม่หลับ เที่ยงคืนกว่าก็แล้ว ตีสี่ครึ่งต้องตื่นมาเตรียมตัวอีก พอจะหลับ เตียงข้างๆ ก็เริ่มจัดของในความมืด มันมาจัดอะไรตอนเนร้ จัดดังมากเป็นชั่วโมง ที่อุดหูอะไรก็เอาไม่อยู่ทั้งนั้น พอเสียงจัดของเงียบลง อีกเตียงที่เมาอยู่ก็เริ่มอ้วกแตกบนที่นอน 4D มากทั้งกลิ่นและเสียง พระเจ้าลูกทำบาปอะไรมานักหนา ฟังมันอ้วกกล่อมจนเริ่มจะหลับ ชาวปาร์ตี้ก็ทยอยกลับมา ฮรือออ เมื่อไหร่เรื่องนี้จะข้ามไปถึงตอนที่ชั้นได้นอนอย่างสงบสุข ณ เวลาเกือบตีสาม สมาชิกในห้องกลับมาครบทุกคนแล้ว อ่าห์ความสงบที่รอคอย ไม่ค่ะ มันง่ายเกินไป ความสงบมักอยู่กับเราไม่นาน เสียงโทรศัพท์ของดิฉันก็ดังขึ้น ใคร! โทรมาทำไมตอนนี้!! สรุปเพื่อนที่จะไปดิสนี่ย์ด้วยกันเป็นห่วงโทรมาปลุกบอกให้ตื่นไปขึ้นเครื่องได้แล้ว ซึ่งเราต่างก็ไม่มีใครรู้ว่าเวลาเราห่างกันชั่วโมงหนึ่ง เออ ไม่นอนแล้วก็ได้

IMG_2844.JPG
ยืนรอรถรางอย่างเปล่าเปลี่ยวท่ามกลางความมืดเวลาเกือบตีห้า

ลากกระเป๋าฝ่าความมืดไปขึ้นรถรางเพื่อไปต่อรถบัส ระหว่างที่ไปถึงป้ายรถบัสแถว Bourbon St. ก่อนเวลา รถบัสยังไม่มา และยังหาป้ายที่ต้องรอรถบัสไม่เจอ ก็มีพี่ผิวสีขับรถบัสคันนึงมาจอดเทียบ ถามว่าจะไปไหน ตอนแรกพยายามหลบสายตาไม่คุย (.__. )( .__.) เพราะมันไม่ใช่รถบัสที่เพื่อนบอก พี่คนขับเหมือนมีจิตสัมผัส บอกจะไปสนามบินใช่ไหม ขึ้นมาๆ ในใจนี่แบบไม่อ่ะ ชั้นจะไม่ไป รถบัสอะไรไม่เคยมีใครพูดถึง แถมบนรถไม่มีใคร ไฟก็ปิดมืดมิด เหมือนรถที่ไม่ได้เซอร์วิสอยู่ มาลักพาตัวเราหรือเปล่า ถึงในหัวจะบอกว่าอย่าขึ้น แต่ขาอิชั้นนี่ก้าวขึ้นไปแล้วค่ะ ไม่ตรวจตั๋วด้วยนะ ถามคนขับว่าจะไปส่งตรงไหน ฮีบอกก็สนามบินไง แล้วเราสองก็พุ่งออกนอกเมืองไปอย่างรวดเร็ว

IMG_2846.JPG
พี่คนขับและรถบัสที่พูดถึง นั่งอยู่หน้าสุดเลย คือกลัวมาก

ออกนอกเมืองไปแปปนึงก็เริ่มมีคนขึ้นรถมา 3-4 คน ทุกคนดูรู้จักกัน มีเราเป็นนักท่องเที่ยวอยู่คนเดียว สายตาจดจ้องอยู่ที่ออฟไลน์กูเกิ้ลแมพ พร้อมใจอันโลดแล่น เออๆ มันไปสนามบินจริงเว้ยเห้ย เชคอินทันแน่ๆ หกโมงกว่าเอง ซักพักออกนอกแมพแจ้ ไปไหนเนี่ย อ่อไปวนส่งคนงานหลังสนามบิน ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน จุดนั้นคือดีใจมาก ดีใจที่มาเชคอินทัน ดีใจที่ไม่เสียตังค์ ดีใจที่เขาไม่ลักพาตัวชั้น กราบขอบคุณคนขับซ้ำไปซ้ำมา พร้อมเชคแฮนด์ร่ำลา

สรุปบัสที่เรานั่งคือสาย 202 Airport Express เริ่มวิ่งตั้งแต่ตีสาม เราคงขึ้นรอบตีห้าครี่งมาจากป้าย Elk Place ที่ Cleveland Ave. ใช้ร่วมกับพาสรถรางที่ซื้อมาได้ ไม่ต้องเสียเพิ่มเลยซักดอลเดียว

IMG_2860.JPG
สรุปชั้นมาขึ้นเครื่องได้อย่างปลอดภัยนะแกร

ตอนแรกนึกว่าจะไม่ได้เที่ยวสวนสนุกแล้ว เพราะหาคนหารที่พักไม่ได้ แต่บังเอิญไปเจอเพื่อนในกรุ๊ปเด็กเวิร์คชื่อกล้า ก็เลยตกลงที่จะเที่ยวด้วยกัน เรื่องที่พักและบัตรสวนสนุกกล้าเป็นคนจองหมดเลย เราแค่โอนเงินไปให้อย่างเดียว แอบรู้สึกผิดเบาๆ

IMG_2880.JPG
กล้ากับเราบน Magic Express หลังนัดเจอกันที่สนามบินออลันโด้

แพคเกจเป็นแบบ 5 วัน 4 คืน พักอยู่ที่ Disney’s All-Star Music Resort พร้อมบัตรเข้าสวนสนุกแบบ 1 พาร์คต่อวัน ราคาหารสองแล้วตกคนละ $594 ในแพคเกจรวมรถรับส่งจากสนามบิน, รถไปตามพาร์คต่างๆ และ MagicBand สายรัดข้อมือไว้ใช้แทนบัตรเข้าพาร์คและกระเป๋าตังค์ เราว่าอาหารที่เขาขายอยู่ในรีสอร์ตแพงมาก แล้วก็ไม่ค่อยอร่อยด้วย หากย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะตุนอาหารจากข้างนอกมาไว้ให้เยอะๆ เลย

เราไม่ใช่คนที่เติบโตมากับการ์ตูนดิสนีย์ เพราะวันหยุดตื่นเที่ยง ทำให้ไม่ทันดูการ์ตูนดิสนีย์ช่วงเช้า พวกเนื้อเรื่อง ชื่อตัวการ์ตูนแบบละเอียด จะไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ รู้จักแต่พวกตัวดังๆ มิกกี้ มินนี่ อะไรแบบนี้ หรือเจ้าหญิงบางตัว แบบ เอลซ่า สโนว์ไวท์ อ่านรีวิวอันนี้ก็ถือว่าอ่านขำๆ ดูภาพรวมแล้วกัน ถูกผิดบ้างช่วยแนะนำด้วย อย่างพึ่งยกพวกมารุมถล่ม 555

ก่อนจะมากล้ากับเราก็วางแผนด้วยกันว่าแต่ละวันจะไปพาร์คไหนบ้าง เพราะอยากเล่นเครื่องเล่นให้ครบทุกอัน รวมถึงดูโชว์ดีๆ ด้วย โดยวันแรกจะไปที่ Animal Kingdom ก่อนเพราะมาถึงสายแล้วและพาร์คนี้ดูไม่มีอะไรมาก น่าจะเก็บได้ครบทุกอย่างในเวลาครึ่งวัน วันที่สองไป Magic Kingdom เพราะเป็นพาร์คใหญ่สุด เผื่อเก็บอะไรไม่ครบจะได้เปลี่ยนแผนทัน ออกแต่เช้าแล้วก็กะกลับที่พักตอนค่ำเลย วันที่สาม Epcot วันที่สี่ Disney’s Hollywood Studios และวันสุดท้ายเรามีเวลาเต็มวันแต่กล้ามีแค่ช่วงเช้า ก็จะเชคเอ้าก่อน แล้วไปเดินเล่นที่ Magic Kingdom อีกครั้งหนึ่ง

ใครที่จะมาเที่ยวสวนสนุกแนะนำให้จอง Fastpass ไว้ด้วย ช่วยประหยัดเวลาชีวิตได้ดีมากจริงๆ บางเครื่องเล่นนี่ คิวต่อแถวยาวเป็นชั่วโมง ถ้าต้องเอาเวลาไปต่อแถวทุกเครื่องเล่นคงเซ็งแย่ วิธีเลือกว่าจะใช้ Fastpass กับเครื่องเล่นไหนดี เราโหลดแอพ My Disney Experience มาดูว่าแต่ละพาร์คเครื่องเล่นไหนคนต่อแถวนานสุด โดยสามารถจองได้ 3 เครื่องเล่นต่อหนึ่งวัน และต้องเป็นพาร์คเดียวกันด้วยนะ

Animal Kingdom

IMG_2881.JPG
ทางเข้า Animal Kingdom

ตามที่บอกไว้แต่แรกเนอะว่าวันแรกเราจะไป Animal Kingdom ก่อน Fastpass ที่จองมาคือไม่ต้องใช้เลย เพราะคนไม่เยอะเท่าไหร่ เราค่อนข้างชอบพาร์คนี้นะ คนไม่ค่อยวุ่นวาย มีความอบอุ่นเหมือนมาเที่ยวสวนสัตว์ เครื่องเล่นจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรือตัวละครของดิสนีย์เท่าไหร่ ให้อารมณ์ผจญภัยแบบน่ารักๆ

IMG_2897
Kilimanjaro Safaris นั่งรถดูสัตว์ชิลๆ ค่อนข้างกว้างทีเดียว รถคันใหญ่ ขับบุกป่าลุยน้ำ มีสัตว์หลายชนิดให้ดู เหมาะแก่การวอร์มเครื่องได้ดี อันนี้เราเล่นไป 2 รอบแหนะ
Festival of the Lion King
Festival of the Lion เป็นโชว์ร้อง เต้น ผสมกายกรรมนิดๆ อันนี้เราไม่อินเท่าไหร่ รู้สึกว่ามันเด็กเกินไป 555 มีความหลับระหว่างดู
Finding Nemo - The Musical
แต่เรากลับชอบโชว์ Finding Nemo – The Musical รู้สึกสร้างสรรค์ดี มีความตลก น่ารัก ซึ้ง ชอบวิธีที่เขานำเสนอเรื่อง
Expedition Everest - Legend of the Forbidden Mountain
Expedition Everest เป็นรถไฟเหาะแบบไม่น่ากลัวมาก แนะนำเลย ทำสตอรี่ระหว่างทางเดินไปขึ้นรถไฟเหาะให้เรารู้สึกเหมือนเป็นนักผจญภัยกำลังไปสำรวจภูเขาเอเวอร์เรส รวมถึงระหว่างเล่นก็ทำเรื่องดี
Kali River Rapids 3
ที่ชอบที่สุดคือออ Kali River Rapids เป็นล่องแก่งที่ตกแต่งสวยมากกกกก เห็นวิวภูเขาเอเวอร์เรส แถมได้กลิ่นอายทิเบตด้วย แม้จะเปียกไปนิดนึงก็ตาม

บางเครื่องเล่นเราก็ไม่มีรูปนะ อย่าง It’s Tough to be a Bug! ก็สนุกเหมือนกัน เป็นเครื่องเล่น 3D มีสั่น มีลมเป่า เหมือนเราเข้าไปอยู่ในรังมดจริงๆ 555 ก่อนกลับที่พักตอนกลางคืนอย่าลืมดูโชว์ Tree of Life Awakenings สีสันอลังการมากๆ ตอนแรกเราไม่รู้ แต่เดินผ่านช่วงมีโชว์กันพอดี ก็เลยมีโอกาสได้หยุดดู

Magic Kingdom

IMG_2977.JPG
รอรถไป Magic Kingdom ตรงป้ายรถข้างที่พัก

วันที่สองตื่นเช้ามาเตรียมตัวไป Magic Kingdom กันนน พาร์คนี้เป็นพาร์คที่ใหญ่สุดแล้ว และมีความเป็นดิสนีย์มากกกกกก แบบเข้ามาแล้วได้ฟีลเลยว่า เอ้อมาถึงดิสนีย์แล้วอย่างแท้จริง 555 คนก็มากมายมหาศาล ขนาดเรามากันเช้าแล้วนะ

พาร์คนี้เราไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่เพราะมัวแต่เล่น แล้วอากาศค่อนข้างร้อนด้วย แต่ก็เก็บเครื่องเล่นได้ครบทุกอย่างนะ Fastpass สำคัญมากสำหรับพาร์คนี้ เพราะยิ่งคนเยอะ เวลาต่อคิวก็ยิ่งนานไปด้วย

Seven Dwarfs Mine Train
Seven Dwarfs Mine Train อันนี้จำได้ว่าใช้ Fastpass เพราะคนเยอะ รถไฟเหาะพาเราชมเรื่องราวของคนแคระทั้ง 7 และสโนวไวท์ มีเพชรพลอย ฟรุ้งฟริ้งมากกก แต่ก็มีความแอบเสียวนิดนึง
IMG_3010
Space Mountain รถไฟเหาะแนวตะลุอวกาศ เราว่าน่ากลัวเพราะมันมืดๆ แล้วที่นั่งก็เล็กๆ แคบๆ หัวใจจะวาย กลัวตก แต่สนุกนะ
IMG_3021
Buzz Lightyear’s Space Ranger Spin ยิงเก็บแต้มแข่งกับคนข้างๆ เพลินๆ ชอบความเรืองแสง
IMG_3034
Walt Disney’s Carousel of Progress อธิบายยังไงดี เป็นเหมือนเราดูโชว์หุ่นอยู่ แต่พอจบฉากนึง ที่นั่งเราก็จะเลื่อนไปฉากอื่น เนื้อเรื่องแอบน่าเบื่อแต่อลังการงานสร้างอยู่น้า คลาสสิคดี
The Many Adventures of Winnie the Pooh
The Many Adventures of Winnie the Pooh นั่งอยู่ในไหน้ำผึ้งเข้าไปในโลกของหมีพูว์จ้า นี่ไม่รู้เนื้อเรื่องหมีพูว์ไงเลยไม่อินเท่าไหร่ แต่ความน่ารักให้คะแนนเต็ม
Under the Sea ~ Journey of The Little Mermaid
Under the Sea ~ Journey of The Little Mermaid ชอบที่นั่งของเครื่องเล่นนี้มาก เพราะเป็นเปลือกหอย ร้องเล่นเต้นรำโชว์เรื่องของนางเงือกน้อยตั้งแต่ต้นจนจบ เพลงเพราะดี
Mad Tea Party
Mad Tea Party ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก หมุนวนไปค่ะ 555
Enchanted Tales with Belle
Enchanted Tales with Belle กล้าได้เลือกให้ไปร่วมแสดงด้วยยย
The Barnstormer
The Barnstormer เจ้าหนูลมกรดเวอร์ชั่นดิสนีย์นั่นเอง
Electrical Parade
ก่อนเลิกงานจะมีโชว์ Electrical Parade ชอบฉากเต้นรำของซินเดอเรลล่ามากที่สุดเลย

 

IMG_3161
รวมถึงโชว์แสงสีและพลุสุดอลังการ พลาดไม่ได้จริงๆ ขนาดไม่ได้อินดิสนีย์ ดูแล้วยังน้ำตาคลอ เหมือนเป็นพิธีที่ทำให้รู้ว่าวันนี้จบลงแล้วอย่างสมบูรณ์นั่นเอง
ตอนถัดไป: ตะลุยเที่ยว Disney World กันนน (2/2)
Advertisements