ตอนก่อนหน้า: เที่ยว New Orleans คนเดียว 2016 (1/3)

ตอนแรกเราเดินดูบ้านเรื่อยเปื่อยใน Garden District คือมันก็สวยอ่ะ แต่ไม่อินเพราะไม่รู้ว่ามีที่มายังไง เลยนึกขึ้นได้ว่ามี Walking Tour Free by Foot แต่จำไม่ได้ว่ากี่โมง ชีวิตออฟไลน์แบบเราจึงต้องดิ้นรนหาไวไฟ ก้มดูแผนในมือเห็นมี Visitor Center พอต่อไวไฟได้แล้ว คำนวณระยะทางจากนี่ไปจุดนัดพบทัวร์ก็พบว่าไปไม่ทันแน่ๆ Tour by Foot เขามี Self-Walking Tour ด้วย ใครที่มาทันเวลาทัวร์ก็อยากเชียร์ให้ลองเข้าร่วมดูนะ น่าจะสนุก แต่ถ้าไม่ทันแบบเราโหลดคู่มือมาเที่ยวเองก็ได้ เราว่ามันช่วยได้เยอะเลย เดินมีจุดหมาย รู้ประวัติที่ต่างๆ ว่ามันเป็นมาเป็นไปยังไง สนุกขึ้นเยอะเลย

เราเริ่มจาก The Lafayette Cemetery #1 หนึ่งในสุสานอันโด่งดังของเมืองนิวออลีนส์ ตั้งอยู่ในย่าน Garden District เช่นกัน หลุมศพที่นี่จะไม่ได้ฝั่งลงดินเหมือนที่อื่น เพราะนิวออลีนส์น้ำท่วมบ่อย ทำให้โลงมักจะโผล่พ้นดินออกมา เลยทำเป็นเหมือนบ้านขนาดเล็กๆ ขึ้นแทน บางอันก็ตกแต่งเว่อร์วังอลังการทีเดียว ในสุสานแห่งนี้มีมีประมาณ 1,000 หลุม และฝั่งศพไว้ประมาณ 7,000 ศพเลยทีเดียว

แล้วบังเอิ๊นนนน บังเอิญ มีหลุมนึงเขากำลังฝั่งศพใหม่พอดี อินี่ก็กลัวค่ะ แต่อยากรู้ เลยแอบเดินไปดูใกล้ๆ เขากำลังเอาป้ายสลักชื่อออก และทุบอิฐที่โบกปูนเอาไว้ ทำให้เห็นว่าข้างในเป็นเหมือนภาพข้างล่างนี้เลย แต่ใหญ่กว่า คือแบ่งเป็น 2 ช่อง ซึ่งช่องข้างล่างยังไม่มีโลงซักโลงเดียว แต่ช่องด้านบนเนี่ย มีอยู่แล้ว 3 โลง กำลังจะใส่เพิ่มไปอีก 1 กลายเป็น 4 โลง มีความแออัดเบาๆ อดคิดไม่ได้ว่าทุกครั้งที่เอาคนใหม่มาใส่ไว้ ชั้นต้องเจอกับคนเก่าๆ ทุกครั้งเลยหรือนี่

Opened tomb in Lafayette#1
ภายในหลุมศพที่ไม่เคยใช้แม้จะสร้างไว้นานแล้ว เพราะเชื่อว่าครอบครัวนี้ย้ายไปเมืองอื่นก่อนที่จะมีใครเสียชีวิต

จบการทัวร์สุสานด้วยความหลอนเบาๆ ก็ไปดูบ้านเรือนในย่าน Garden District ให้อารมณ์แจ่มใส่ขึ้นดีกว่า 555 เรายังคงใช้ Self-Walking Tour ของ Tour by Foot ต่อไป เขาก็จะบอกให้เราเดินไปตามถนนเส้นนู้น เส้นนี้ แล้วก็บอกประวัติของบ้านแต่ละหลังว่าเป็นมาอย่างไร เราชอบมากเลย ได้รู้ประวัติของบ้านแต่ละหลัง เพราะถ้าไม่มีไกด์อันนี้ก็คงเดินผ่านไปเฉยๆ ไม่ทันได้สังเกตรายละเอียดแต่ละอย่าง

ตอนเย็นได้ไปแวะดู WWII Museum  ค่าเข้าราคานักเรียนรวมกับบัตรหนัง 4D Beyond All Boundaries for WWII Veteran $22.15 ตัวนิทรรศการทำออกมาใช้ได้นะ มีรถไฟให้นั่งปลอมๆ มีข้าวของแสดงให้ดู ความที่เราเหนื่อยมาทั้งวัน แล้วนิทรรศการมันค่อนข้างวิชาการ ยิ่งดูหนัง 4D นี่หลับเลยจ้า 5555 ทั้งที่หนังเขาอลังการนะแก มีจุดไฟ ปล่อยหิมะ กระโดดร่ม แต่ช้านไม่อิน สำหรับเรา เราไม่แนะนำอะ ไม่คุ้มค่าตั๋ว แต่ถ้าใครรักประวัติศาสตร์สงครามโลกก็ลองไปดูก็ได้ อาจจะชอบ

ตกเย็นชะนีหิวมาก ถามพนักงานที่โฮสเทลว่ามีอะไรแนะนำ ฮีบอกชอบหอยนางรมไหม ชั้นบอกชอบมว๊ากกก ฮีเลยแนะนำร้าน Samuel’s Blind Pelican เพราะช่วง Happy Hour สี่โมงเย็นถึงสองทุ่ม หอยนางรมสด 12 ตัวราคาแค่ $3 เท่านั้น กรี๊ด แต่ต้องซื้อคู่แอลกอฮอล์นะ เออนี่เชื่อคนง่าย รีบตามไปจัด และพบว่ามันดีจริมๆ แก สั่ง Miller Lite แบบขวดมาประมาณ $3 เบียร์อร่อยเลยแหละ เบาๆ ไม่ขม กินคู่กับหอยนางรมสดพร้อม Cocktail Sauce และ Horseradish อยากบอกว่าฟินเว่อร์ กินเปลือกได้ชั้นคงกินเข้าไปแล้ว เฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่มมื้อนี้ประมาณ $7 เอง (ไม่รวมภาษีและทิป)

IMG_2727.JPG
หอยนางรมสด 12 ตัว $3 แม่เจ้า!

กินเสร็จดิชั้นทะยานขึ้นรถรางค่ะ เราจะไปต่อกันที่ Bourbon St. ถนนข้าวสารสาขาสองแห่งนิวออลีนส์

Inside Streetcar
รถรางยามค่ำคืน
Bourbon St.
ถนน Bourbon ย่านเริงรมณ์

เราเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนนะ ซึ่งผับแถวนี้จะมีหลายแนวผสมกัน เต้นรูดเสาก็มี แจ๊สบาร์ก็เพียบ แต่ชั้นมาคนเดียวไง เปล่าเปลี่ยวมาก แถมแอบน่ากลัวเบาๆ เลยไม่ได้แวะเข้าผับไหนเลย นึกได้ว่ามี The Preservation Hall ที่แสดงดนตรีแจ๊สแบบดั้งเดิมของนิวออลีนส์อยู่แถวนี้ แต่ละวันจะมีนักดนตรีสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาแสดง ซึ่งวันที่เราไปเป็นคิวของ Shannon Powell พอดี ตั๋วของที่นี่จะซื้อได้ 2 แบบ จองผ่านเว็บก็ได้ มั่นใจได้ว่าจะมีที่นั่งวันที่ไปดู แต่ราคาสูงหน่อยประมาณ $30 ขึ้น หรือซื้อแบบเราคือไปรอที่หน้างาน เราไปถึงแทบจะคนสุดท้ายแล้ว ราคาตั๋วที่ได้คือ $15 ได้ยืนดูอยู่ท้ายห้อง อยากแนะนำให้มาดู มันดีมากกกกกก ไม่เสียดายค่าตั๋วเลย ได้บรรยากาศแบบสมัยก่อนเหมือนในหนังที่เคยดู นักดนตรีส่งพลังได้ดีสุดๆ เพลงก็เพราะเช่นกัน เวลาผ่านไปเร็วจนรู้ตัวอีกทีก็หมดเวลาแสดงแล้ว รู้สึกอิ่มใจมาก ว่าแช้นมาถึงนิวออลีนส์แล้วโดยแท้จริง

ก่อนกลับไปนอน ท้องเริ่มคร่ำครวญอีกครั้ง เลยเดินไปร้าน Café Du Monde อันโด่งดังพลุแตกของที่นี่ และพบว่าคนโหรงเหรงมาก ไม่มีใครเลอออออ อาจจะเป็นเพราะว่าดึกมากแล้ว ใครที่ไม่อยากต่อคิว แนะนำให้มาดึกๆ เด้อ เพราะมันเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

IMG_2758.JPG
Café au lait และ Beignets

ใครสั่งโค้กมานั่งกินถือว่าผิดผีอย่างแรง อย่าลืมสั่ง Café au lait กาแฟใส่นม และ Beignets ญาติของปาท่องโก๋บ้านเราแบบไฮโซโรยไอซิ่งมาลองชิมดูเพราะเป็นของขึ้นชื่อของร้าน ไม่รู้ว่ามันอร่อยยังไงนะ ถึงได้ดังขนาดนี้ สำหรับเราขอกินครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาซ้ำอีก มันธรรมดามากเลยอ่ะ กาแฟก็ชืดๆ เบนเย่ก็ไม่ร้อน ดีที่ว่าราคาไม่แพงและไม่ต้องต่อแถว เลยกินแล้วไม่ช้ำใจมาก

ตอนถัดไป:  เที่ยว NEW ORLEANS คนเดียว 2016 (3/3)
Advertisements