ตอนก่อนหน้า: แชร์ประสบการณ์เตรียมไป Work and Travel 2016 (1/2)

เอาหล่ะ ได้งานแล้ว ลุยขั้นตอนต่อไปกันเล้ยยยยยยยยย

เอกสารและวีซ่า

อันนี้ขอไม่พูดถึงแล้วกัน มันไม่ได้ยากอะไรมาก ความจริงคือจำไม่ได้แล้ว พี่ที่เอเจนซี่ก็จะมาบอกเองว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ต้องเข้าไปกรอกอะไรในเว็บ นัดไปสัมภาษณ์วีซ่า ตอนเราสัมภาษณ์เขาก็ถามง่ายๆ ไปไหน ทำอะไร ขอให้สนุกน้า ทำตามที่พี่เขาบอกแล้วจะได้ดี

หาตั๋วเครื่องบิน

บางคนจะรอวีซ่าก่อนแล้วค่อยจองตั๋วเครื่องบิน แต่ของเรารอแค่ได้ DS แล้วก็จะจองเลยถ้ามีโปรถูกๆ มา เพราะเชื่อมั่นมากว่ากรูจะต้องได้ไปแน่ๆ 555 ตอนปี 2014 ได้ดีเอสแล้วก็ถามพี่เอเจนซี่ว่าจะได้วีซ่าช่วงไหน อุส่าห์จ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบิน เลื่อนสอบปลายภาคเรียบร้อย สรุปนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าไม่ทันวันบิน แถมไม่รับผิดชอบค่าเลื่อนตั๋วด้วย

กลับมาต่อที่เมืองเดสตินที่เราจะไปเวิคในปีนี้ มันไม่มีสนามบินพาณิชย์ มีแต่สนามบินสำหรับเครื่องบินส่วนตัว (รวยไปอี๊กกกกก) เลยต้องหาไฟล์ทในประเทศไปลงเมืองข้างๆ ชื่อ Fort Walton Beach แล้วนั่งรถมาเดสติสอีกประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง

ตั๋วระหว่างประเทศ: เรามันคนง่ายๆ บินอะไรก็ได้ที่มันไปถึงจุดหมาย เก็บตังค์ไว้ไปเที่ยวดีกว่า 555 ขอแค่มันปลอดภัยแล้วก็ไม่สูญหายระหว่างการเดินทางเป็นอันพอ เลยเข้าเว็บประจำสำหรับเทียบราคาตั๋ว https://www.skyscanner.net/  แล้วก็เลือกปลายทางเป็นพอร์ตใหญ่ๆ เช่น นิวยอร์ค, ชิคาโก้, แอลเอ, ซานฟราน คือไรก็ได้อะที่มันดูแล้วน่าจะถูก เสริชๆ แล้วก็เอามาเทียบกัน

skyscanner
Skyscanner จะเทียบราคาหลายสายการบินมาให้แบบเนร้ว่าอันไหนถูกสุด แต่บางสายการบินก็ไม่มีนะ

แล้วช่วงที่เราเสริชเนี่ย China Eastern Airlines ไปลงชิคาโก้ มันดันถูกสุดค่ะคุณขา จองผ่าน Expedia ไปกลับ ฿24,895.00 เท่านั้นนน (คือรูปพึ่งแคปมาเป็นตัวอย่างนะ ราคาเลยไม่ตรงกัน) แล้วเรานี่จิต ต้องให้ได้ถูกที่สุด ต้องโทรหาสายการบินโดยตรงก่อนเผื่อมันถูกกว่า สรุปว่าไม่ จองผ่าน Expedia ถูกสุด แถมเลือกขาไปกับขากลับคนละพอร์ตได้ด้วย ราคาเดียวกัน เกร๋ไปอีก หน้ามืดตามัวจองขาไปลงชิคาโก้ ขากลับขึ้นจากนิวยอร์คมาเรียบร้อย เออแต่อยากจะบอกว่าอย่าจองตั๋วเป็น booking เดียวกับเพื่อนเลย ให้ซื้อของใครของมัน เพราะตอนเปลี่ยนตั๋วขากลับยุ่งยากมากกกกก จนเรายอมซื้อตั๋วขากลับใหม่ดีกว่า (แผนเที่ยวไม่ตรงกันเลยแยกกันเที่ยว)

skyscanner2
ตัวอย่างการเลือกขามาและขากลับคนละพอร์ต เส้นทางยอดฮิตก็เช่น ขามาลงนิวยอร์ค ขากลับขึ้นที่ซานฟราน

ไหนเปิดอ่านพันทิปหน่อยสิคนมีฟี้ดแบคไงกับสายการบินนี้บ้าง โอ้โห ด่ากันเต็ม ใจแป้วเลย จะเป็นไงเนี่ยการเดินทางของฉาน แต่เพื่อนเคยบินมาก็บอกว่ามันดีนะ ไม่แย่เสียหน่อย เราก็คิดเข้าข้างตัวเองว่ามันคงไม่แย่จริมๆ น้องอีกคนเคยบินบอกมันแย่มากคุณพี่ น้องจะไม่บินอีกแล้วว เอ้าเปลี่ยนกลับมาใจแป้วต่อ

ตั๋วภายในประเทศ: ปกติเนี่ยจะเลือกบินภายในประเทศกับ Southwest Airline ตลอด เลิฟมากกกก เพราะราคาที่จองหลายๆ ครั้งถูกกว่าสายการบินภายในประเทศอันอื่น แถมโหลดกระเป๋าได้ฟรีสองใบ! สายการบินส่วนมากไม่ได้นะยะ ต้องเสียตังค์เพิ่ม ใบแรก $25 ใบสอง $30 ไรงี้ มันเป็นเงินเท่าไหร่ ถามใจดูวววว ตั๋วอาจจะถูกกว่าก็จริง แต่ลองบวกค่าโหลดกระเป๋าเข้าไปมันอาจจะแพงกว่าเยอะก็เป็นได้นะ แล้วเด็กเวิคแต่ละคน ขนไปน้อยกันที่ไหน เสื้อผ้าเอย อาหารเอย แต่ครั้งนี้ดั้นไม่มีทางเลือก สนามบินที่เซ้าเวสไปลงในระแวกนั้นมันไกลมากก คือ Pensacola หรือ Panama City Beach ซึ่งต้องนั่งรถไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ คิดบวกลบค่ารถไปเดสตินแล้วไม่คุ้มอะ ถึงเธอจะให้ชั้นโหลดกระเป๋าได้สองใบก็ตาม เลยตัดใจซื้อตั๋วของ Delta Airline จากชิคาโก้ไปลงฟอตวอลตันราคา $154.60 (ไม่รวมค่าโหลดกระเป๋านะ อันนั้นต้องไปจ่ายที่หน้าเค้าเตอร์ ตอนเชคอิน)

สรุปไฟล์ทขาไปของเรา: กทม > เซี่ยงไฮ้ > ชิคาโก้ > แอตแลนต้า > ฟอตวัลตัน > นั่งรถมาเดสติน

หาบ้าน เรื่องใหญ่เว่อ

เท่าที่เห็นส่วนมาก งานในย่าน Florida จะไม่มีบ้านมาให้อ่ะ ต้องไปหากันเอาเองหรือไม่ก็เช่าผ่านเอเจนซี่ไทยในราคามหาโหด ซึ่งเราไม่เคยมีประสบการณ์นี้มาก่อน เพราะตอนไปปีแรก งานที่น้อทดาโกต้านายจ้างมีบ้านมาให้เราเช่าเลย ไม่ต้องมานั่งตัดสินใจเอง

Processed with VSCOcam with c1 preset
บ้านปีแรกที่น้อทดาโกต้า อยู่ห้องละสองคน มีทั้งหมดห้าห้อง เด็กเวิคอยู่ทั้งหมด ไม่มีครัวแต่มีไมโครเวฟไว้ทำอะไร เล็กๆ น้อยๆ ตรงโรงจอดรถมีเครื่องซักผ้าและตู้อบ คนละ $400/เดือน

สุดท้ายตัดใจเช่ากับเอเจนซี่ไม่ลง เพราะมันแพงมากกกกกก วีคละ $120 ต้องจ่ายล่วงหน้า 8 สัปดาห์เป็นเงินไทยในราคาเรต 37 บาท/ดอล แถมยังมีค่ามัดจำอีก $400 (ไม่คืน $200) นะ คนที่เคยไปมาก็โดนโกงมัดจำตลอด โชคดีก็ได้คืนแค่หลักสิบ คือพอมาลองคิดดูว่าถ้าไม่ได้มัดจำคืนเลยค่าเช่าบ้านมันจะตกอยู่ที่ วีคละ $170 หรือเดือนละ $680 บ้าบอมาก!!

เราเรื่องมากนิดนึง อยากอยู่บ้านเดียวกับเพื่อนสนิท ชอบอยู่สงบๆ นอนหลับยาก ไม่ได้รักปาร์ตี้มากมาย รักความสะอาด ปลีกวิเวก เลยมุ่งมั่นเป็นอย่างมากในการหาบ้านเอง และไม่ได้เช่ากับพี่คนไทยเพราะไม่อยากได้ห้องที่ต้องนอนเกิน 2 คน คนเยอะๆ หรือไม่เป็นสัดเป็นส่วน ก็เข้าไปหาบ้านตามเว็บต่างๆ ที่คนแนะนำมา เช่น zillow, apartmentguide หรือ craigslist อะไรแบบนี้ ซึ่งทั้ง 3 เว็บก็จะมีทั้งบ้านเป็นหลังๆ มาให้เช่า ถ้าเพื่อนกลุ่มใหญ่จะเช่าแบบนี้ก็ดีเพราะได้อยู่ด้วยกันหมด แต่เช่ายากมากกกกก ไม่ค่อยให้เช่าระยะสั้น และมักไม่มีเฟอร์นิเจอร์มาให้ อีกแบบก็จะเป็นอพาร์ตเม้นแต่งพร้อมอยู่ อันนี้คุยดีๆเขาอาจจะยอมให้เช่าระยะสั้น ราคาสูงหน่อย ต้องมีคนหารประมาณนึง แต่ craigslist จะมีให้คนมาหาคนแชร์บ้าน/ห้อง พูดง่ายๆ คืออยู่กับโฮสต์ เรากับเพื่อนก็มาจบตรงนี้ 555 ตอนแรกติดต่อคนที่มาโพสต์ให้แชร์บ้าน แต่เขาคิดแพง แล้วก็ไม่ค่อยอยากรอกว่าเราจะบินไป อยากให้เราโอนมัดจำไปก่อนบ้าง ตอนหลังเลยโพสหาบ้านสำหรับแชร์ดีกว่า เปลี่ยนเป็นฝ่ายสวยเลือกได้ ซึ่งเรากับเพื่อนแจคพอตแตกเว่อร์ ได้อยู่ห้องเดียวกับเพื่อน โฮสต์นิสัยดีมาก ทำกับข้าวให้กินบ่อยๆ ดูแลทุกอย่างเหมือนพ่อ ค่าเช่าไม่แพง ไม่มีมัดจำ ไม่ต้องโอนไปก่อน แถมบ้านใกล้วอลมาร์ต และอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงาน

destin
บ้านที่เราและเพื่อนอยู่กับโฮสต์ รวม 3 คน มีครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำแยกกับโฮสต์ คนละ $350/เดือน

การหาบ้านจาก craigslist อยากเตือนมากๆ ว่ามันอันตราย อย่าโอนเงินซี้ซั้ว มีคนโดนโกงมาแล้วถึงเขาจะมีสัญญามาให้ดู เราก็ไม่รู้ว่าสัญญาจริงหรือปลอม แล้วจะไปตามจับเขายังไงในเมื่อตัวเรายังอยู่ไทย เรากับเพื่อนเช็คแล้วเช็คอีก เอาชื่อโฮสต์ไปเสริช ตามไปจนเจอเฟสบุค เข้าไปดูเฟรนในเฟสบุค แล้วโชคดีมีพี่คนไทยเคยมาอยู่ก่อนหน้า เลยแอดไปถามว่าโฮสต์เป็นไง โอเคไหม จึงกล้าไปอยู่ด้วย เราว่าการขอแอดเฟสบุคไปพูดคุยกับคนที่เราจะแชร์บ้านด้วยก็เป็นการดีอย่างหนึ่ง เพราะมันช่วยยืนยันตัวตน เราเห็นความเป็นไปในชีวิตเขา หรือเขาพึ่งแอบสร้างเฟสบุคมาหลอกเราอะไรแบบนี้ ถ้าเริ่มต้นก็โกหกแล้ว ถอยน่าจะดีกว่า

หาบ้านเช่าเองมันยากมากกกกกก นึกว่าจะไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเลือกมาทางนี้แล้วก็อย่าท้อ พยายามส่งเมลติดต่อเขาบ่อยๆ โทรไปคุย ไปสอบถามบ้าง เรากับเพื่อนส่งเมลแล้วก็โทรไปเยอะมาก กว่าจะมาจบที่โฮสต์นี้ แล้วก็อย่าหาบ้านล่วงหน้านานเกินไป เพราะเขาขี้เกียดรอเรา ในเมื่อเขาสามารถปล่อยบ้านให้คนที่พร้อมจะเช่ามากกว่าเราได้ แต่ถ้าหาช้าไปก็ระวังอาจจะได้บ้านไม่ทัน ควรหาแผนสำรองไว้ด้วย เช่น ติดต่อพี่คนไทย หรือไปเช่าโฮสเทลก่อนแล้วเดินหาบ้านเช่าทีหลัง เราได้โฮสต์ช่วงปลายเดือนมีนาคม (บินไปต้นพฤษภาคม) คิดว่ากำลังพอดีๆ เขาไม่ต้องรอเรานานมาก

ตอนถัดไป: Review: สายการบิน China Eastern Airlines ไปอเมริกา ก้า กา ก่า กา
Advertisements